|
นายเหมืองสมศักดิ์ อดีตลูกเจ้าของเหมืองผู้ได้รับการส่งเสริมจาก ครอบครัวให้ไปเรียนต่อในด้านที่เกี่ยวข้องเพื่อนำความรู้จากต่างประเทศมาพัฒนาธุรกิจเหมืองของครอบครัวให้ทันสมัย
คุณสมศักดิ์ เสตะพันธุ ได้ไปศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยการเหมืองแร่ เมืองคันโทรี่ ประเทศออสเตรเลีย สาขาวิศวกรรมเหมืองแร่ หลังจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมศาสตร์เหมืองแร่ ก็เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมคู่หมั่นสาวคุณเกล็นนิส เจอร์เมน ไวท์ หญิงสาวชาวออสเตรเลีย
และความใฝ่ฝันของตัวเองที่จะได้นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาใช้กับเหมืองของตัวเอง
เงินทุนจำนวนหลายสิบล้าน ถูกนำมาใช้สำหรับเหมืองแร่สมศักดิ์ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่ต่อมาค้นพบว่าไม่เหมาะกับสภาพเหมืองแร่ในหุบเขา
ปิล๊อก ซึ่งเอื้อต่อการทำเหมืองฉีดแบบง่ายๆมากกว่าเหมืองประเภทอื่นๆ
ในยุคที่เหมืองสมศักดิ์รุ่งเรืองมีคนงานกว่า 600-700คนทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เป็นเวลาเพียง 20กว่าปีเท่านั้น
เมื่อโลกก้าวผ่านต้นทศวรรษที่เก้าสิบได้เพียง 2-3 ปีเมฆหมอกแห่ง ความยุ่งยากรุกคืบเข้ามา เมื่อปี ค.ศ1984 สภาพเหมืองแร่เริ่มมีปัญหา และพร้อมจะคุกคามแหล่งขุมทรัพย์มหาศาลของหลายๆคน สภาเหมืองแร่ของโลกกำลังถูกท้าทายจาก (อดีต) สองมหาอำนาจแห่งเอเชีย ซึ่งต่อมาไม่นานความขัดแย้งได้ส่งผลอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรมเหมืองแร่ทั่วโลก รวมทั้งหุบเขาเล็กๆที่ไม่เป็นที่รู้จักของคนนอกพื้นที่อย่างปิล๊อก
จีนกับรัฐเซีย ไม่ยอมทำตามข้อตกลงของสภา พวกเขาระบายแร่ดีบุก จำนวนมหาศาลออกสู่ตลาด และมันทำให้ราคาของแร่ดีบุกลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหมืองแร่ทั้งโลก รวมทั้งเหมืองของเราด้วย
จากนั้นอีกประมาณ 2ปี เหมืองแร่ต่างๆในประเทศไทยทยอยปิดตัว เนื่องจากไม่อาจต้านทานสถานการณ์โลกได้ ประจวบกับราคาแร่ตกต่ำจนทำให้ขาดทุนกันไปตามๆกัน วันเวลาและยุคทองของเหมืองแร่ดูเหมือนจะค่อยๆปิดฉากลงไม่ต่างกับม่านชีวิตของหลายๆคน คนที่มีโชคชะตาผูกพันใกล้ชิดกับเหมืองแร่และไม่ใช่ข้อยกเว้นสำหรับนายเหมืองสมศักดิ์ ที่ทนรับสภาวะการขาดทุนไม่ไหว จึงปิดตัวเองในที่สุด..
ด้วยความรักและความผูกผันที่คุณสมศักดิ์ มีต่อเหมืองแร่แห่งนี้และคนงานทุกๆคน ทำให้คุณสมศักดิ์ต้องตรอมใจกับเหตุการณ์นี้มากๆส่งผลให้ร่างกายทรุดโทรมลง และในเวลาไม่นานก็ได้ตรวจพบว่าคุณสมศักดิ์เป็นโรคหัวใจ หลังจากนั้นอีก 3ปีก็ตรวจพบโรคมะเร็งร้ายในกระเพาะอาหาร เมื่อทราบว่ามีก้อนเนื้อร้ายในร่างกายทางครอบครัวก็ได้ให้คุณสมศักดิ์เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เดือนพฤษภาคมทุกคนก็ได้รับข่าวร้าย ที่ไม่อาจคาดหมายระยะเวลาเพียง 3 เดือนกว่าๆมะเร็งร้ายก็พรากชีวิตคุณสมศักดิ์ไปจากทุกคนอันเป็นที่รักไปเสียแล้ว..
|