New York

London

Dubai

HongKong

Tokyo

Bangkok

 

 Select Languge :

| หน้าแรก | เกี่ยวกับเรา | จองห้องพัก | แผนที่ | ติดต่อเราถาม-ตอบ |

Menu Parglen

  หน้าแรก
  ประวัติความเป็นมา
  อดีตสู่ปัจจุบัน
  ความทรงจำเหมืองสมศักดิ์
  ชมเรือนรับรองและห้องพัก
  บรรยากาศในรีสอร์ท
  อาหารจานโปรด
  เค้กป้าเกล็น
  ทัศนียภาพตลอดการเดินทาง
  สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง
  ห้องสนทนาฝากข้อเสนอแนะ
  บทความที่เกี่ยวข้องฯ
  อับบั้มภาพนักท่องเที่ยว
  ข่าวประชาสัมพันธ์


อุณหภูมิที่ทองผาภูมิ
ดูพยากรณ์ ทองผาภูมิ 

Music Station

 

Sponsor Links


                                                                                                                      
...ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่...
 
Image

ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง
ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าว
ทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพราะปลูก
ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ
ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน

Imageวันหนึ่งเขาไถนาอยู่นานจนสาย
ตะวันขึ้นสูงแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมากกว่าปกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน ปกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งก่องข้าวให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิดปกติ

เขาจึงหยุดไถนาเข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้Image
ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้าสายตาเหม่อมองไปทางบ้าน
รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควรจะมา
ด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจ
ยิ่งสายตะวันขึ้นสูงแดด ยิ่งร้อนความหิวกระหายยิ่งทวีคูณขึ้น

ทันใดนั้นเขามองเห็นแม่เดินเลียบมาตามคันนาพร้อมก่องข้าวน้อยๆ ห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาแหรกคาน
เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอาก่องข้าวน้อยนั้นมาช้ามาก
ด้วยความหิวกระหายจนตาลาย อารมณ์พลุ่งพล่าน เขาคิดว่าข้าวในก่องข้าวน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มเป็นแน่ จึงเอ่ยต่อว่าแม่ของตนว่า

"อีแก่ มึงไปทำอะไรอยู่จึงมาส่งข้าวให้กูกินช้านัก
ก่องข้าวก็เอามาแต่ก่องน้อยๆ กูจะกินอิ่มหรือ?"


ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า
"ถึงก่องข้าวจะน้อยก็น้อยต้อนแต้นแน่นในดอกลูกเอ๋ย ลองกินเบิ่งก่อน"

ความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆ เกิดบันดาลโทสะอย่างแรงกล้า
คว้าได้ไม้แอกน้อยเข้าตีแม่ที่แก่ชราจนล้มลงแล้วก็เดินไปกินข้าว กินข้าวจนอิ่มแล้วแต่ข้าวยังไม่หมดกล่อง จึงรู้สึกผิดชอบชั่วดี รีบวิ่งไปดูอาการของแม่และเข้าสวมกอดแม่
อนิจจา แม่สิ้นใจไปเสียแล้ว..

ชายหนุ่มร้อยไห้โฮ สำนึกผิดที่ฆ่าแม่ของตนเองด้วยอารมณ์เพียงชั้ววูบ
ไม่รู้จะทำประการใดดี
จึงเข้ากราบ นมัสการสมภารวัดเล่าเรื่องให้ท่านฟังโดยละเอียด

สมภารสอนว่า "การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองนั้นเป็นบาปหนัก
เป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจีตายแล้วไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนอีก มีทางเดียวจะให้บาปเบาลงได้
ก็ด้วยการสร้างธาตุก่อกวมกระดูกแม่ไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาปหนักให้เป็นเบาลงได้บ้าง"

เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ขอร้องชักชวนญาติมิตรชาวบ้านช่วยกันปั้นอิฐก่อเป็นธาตุเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้
จึงให้ชื่อว่า "ธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่" จนตราบทุกวันนี้

ทุกวันนี้มีผู้มากราบธาตุก่องข้าวน้อยฯทุกวัน
เพื่อขอขมาลาโทษเหมือนเป็นการไถ่บาปที่ทำให้พ่อแม่เสียใจ บางคนเมื่อมีลูกแล้วถึงรู้ว่าบุญคุณแม่มากสุดเหลือคณานับ เพิ่งรู้ว่าเลี้ยงดูลูกนั้นยากหนักหนาขนาดไหน จึงมาสำนึกที่ทำให้แม่ต้องเสียใจ บ้างก็มากราบไหว้เพื่อรำลึกถึงบุญคุณแม่


คติ:ทำดีกับพ่อแม่ยามเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ดีว่า สำนึกได้เมื่อท่านจากไป


คัดลอกจาก...
http://www.everykid.com/nitan2/kong_khao/index.html




©2007-2008 All Rights Reserved www.parglen.com By penpischa
เลขที่ 87 หมู่ 1 ต.ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โทร. 087-019-1708 , E-mail : parglen.com@hotmail.com , www.parglen.com